2005/Nov/10

กลับบ้านเรานะ...รักรออยู่

สายฝนข้างนอกตกกระหน่ำ เสียงฟ้าคำรามอย่างเกรี้ยวกราดแปลบปลาบลำแสงฉายส่องเข้ามาภายในห้องเล็กๆ ของผมเป็นระยะๆ ผมเดินไปปิดม่านบังตาภาพเหล่านั้น แต่เสียงเกรี้ยวกราดของฟ้ายังคงดังก้องให้ผมได้ยินอยู่เนืองๆ

นาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลาห้าทุ่มเศษๆ แล้วแต่เธอยังไม่กลับ

.............................................

วันนี้ผมรีบสะสางงานให้เสร็จเพื่อที่จะได้กลับบ้านเร็วกว่าปกติเพราะเป็นวันสำคัญของผมกับภรรยา ก่อนกลับบ้าน...ผมแวะไปที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ ที่ทำงานและเดินเข้าไปเลือกซื้ออาหารสดในซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนั้น มื้อค่ำนี้เธอจะได้ทานอาหารรสเด็ดฝีมือผม

How gentle is the rain
That falls softly on the meadow
Birds high up in the trees
Serenade the clouds with their melody

ผมเปิดเพลงฟังคลอๆ สร้างบรรยากาศขณะรอรับการกลับมาของเธออยู่ในบ้านหลังน้อยของเรา ท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงแห่งไฟนีออน เทียนเล่มเล็กๆ ผมจุดพอให้เห็นเพียงแค่แสงสลัว กุหลาบดอกโตสีแดงสดถูกปักลงในแจกันใบสวยที่ตั้งวางอยู่บนโต๊ะอาหารขนาดเล็กที่น่าจะพอเหมาะพอควร...กับหัวใจสองดวง

ฝนยังคงลงเม็ดหนาลงมาอย่างไม่ขาดสาย...แต่เธอยังไม่กลับมา

............................................................

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของผมกับเธอ

4 ปีเต็มกับการใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเธอที่ทำให้ผมได้รู้ว่าเธอเป็นส่วนเติมเต็มชีวิตที่ขาดหายไปของผมให้สมบูรณ์จริงๆ และทำให้ย้อนคิดกลับไปว่าจะมีสักกี่คน...กี่คู่กันนะที่สามารถหาหัวใจอีกหนึ่งดวงมาหลอมเป็นดวงเดียวกันได้อย่างลงตัวเช่นผม...กับเธอ

ผมหยิบภาพวันเก่าๆ ขึ้นมาเปิดดูระหว่างที่รอเธอ เสียงเพลงบรรเลงในวันแต่งงานของเราวันนั้น ยังคงสร้างความรู้สึกที่งดงามในใจผมไม่ต่างไปจากวันนี้

Oh! See there beyond the hills
The bright colors of the rainbow
Some magic from above
Made this day for us
Just to fall in love


ภายในห้องโอ่โถงห้องหนึ่ง รอบๆ ห้องฉาบไปด้วยโทนสีทอง ดอกไม้มากมายถูกนำมาตกแต่งประดับประดา ซุ้มดอกไม้ที่ปักแซมด้วยกุหลาบสีขาวส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ มีผมและเจ้าสาวแสนสวยในชุดสีขาวยืนยิ้มอย่างไม่มีทีท่าของความเหน็ดเหนื่อย เราหันมาสบตากันครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่มีคำพูดใดๆ นอกจากรอยยิ้มกับสองมือที่ประสานกันแนบแน่นอย่างไม่ปล่อยวาง

เสียงฟ้าเริ่มสงบลงแล้วแม้ว่าฝนยังไม่ขาดเม็ด...แต่เธอยังไม่กลับมา

.............................................

กลับบ้านเรานะ...รักรออยู่ ผมส่งเสียงเรียกเธอเบาๆ

ธูปหอม 1 ดอกในมือผมสัมผัสกับเปลวเทียนที่สร้างแสงสลัวๆ ในค่ำคืนนี้จนมีประกายไฟเล็กๆ ส่งกลิ่นหอมและควันจางๆ สองมือผมกระชับก้านธูปไว้แน่นประกบมือซ้ายและมือขวาด้วยความโรแมนติครอบตัวที่เตรียมไว้รอการกลับมาของเธอ

ผมปักธูปดอกนั้นไว้ในแจกันใบสวยที่มีกุหลาบสีแดงสดหลายดอกหลังจากอธิษฐานในใจขอบางสิ่งบางอย่าง ควันธูปจางๆ คงโชยกลิ่นฝ่าสายฝนไปช่วยตามหาเธอ ผมไม่รู้ว่าเวลานี้เธออยู่ที่ไหน เพราะผมได้พบเธอครั้งสุดท้ายเมื่อหลายวันมาแล้ว

ร่างกายบอบบางของเธอที่นอนหลับตาพริ้มในกล่องไม้ขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าตัวเธอมากนัก รอบตัวเธอเต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีขาวที่ดูเหมือนจะไร้กลิ่นใดๆ เพราะถูกกลบมิดด้วยกลิ่นเนื้อหนังที่เย็นชืดของเธอ ใบหน้าของเธอซีดขาว หากแต่ยังพอมองเห็นเกล็ดเลือดสีแดงที่แห้งเกรอะกรังอยู่รอบๆรอยแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุที่พรากชีวิตของเธอไป

สองมือเธอกุมดอกไม้ช่อเล็กๆ และธูปเทียน ใกล้ๆ กันมีขวดปากกว้างขนาดเล็กๆ วางอยู่บนเนินเนื้อตรงหัวใจเธอ ภายในมีกระดาษแข็งที่มีส่วนโค้งและส่วนเว้านับรวมได้ 99 ชิ้น รอบขวดนั้นปิดล้อมด้วยภาพๆ หนึ่งซึ่งเปรียบเสมือนภาพแทนใจของเราสองคนที่ย้ำด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ 4 ตัว... L O V E

จิ๊กซอว์หายไปไหนชิ้นนึงล่ะคุณ เสียงใสในอดีตของเธอแว่วๆ ผ่านมา หลังจากที่เธอบรรจงต่อจิ๊กซอว์ในขวดนั้นซึ่งผมซื้อให้เธอเป็นของขวัญจนครบแล้วพบว่ายังมีช่องโหว่ของภาพนั้นปรากฏให้เห็น เพียงเพราะยังขาดชิ้นส่วนบางชิ้นไป

ผมนี่ไง...ชิ้นส่วนที่หายไปของคุณ ผมตอบเธอขณะที่ในมือผมกำจิ๊กซอว์ชิ้นนั้นหลบซ่อนสายตาของเธอ

You hold me in your arms
And say once again you love me
And if your love is true
Everything will be just as wonderful

อีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงวันครบรอบการแต่งงานของเรา แต่วันสุดท้ายของชีวิตคงไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ว่าจะมาถึงเมื่อไร เช่นเดียวกับผมและเธอที่ไม่มีโอกาสแม้จะได้ร่ำลาหรือเห็นหน้ากันเป็นครั้งสุดท้ายขณะที่ยังมีลมหายใจ

เธอจากผมไปในทันทีเมื่อพาหนะส่วนตัวของเธอถูกกระทบอย่างแรงกับพาหนะอีกคันหนึ่งที่คนหลังพวงมาลัยไร้สติในการควบคุมตัวเองเพราะความเมามาย สภาพรถที่ยับเยินเมื่อผมไปถึงที่เกิดเหตุกับร่างหนึ่งที่มองเห็นเพียงผมยาวสลวยของเธอยังคงติดตาและทำให้ผมเหมือนคนบ้าคนหนึ่งที่ตะโกนร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร

เย็นวันนี้........หลังผมเสร็จจากการซื้ออาหารสดที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อที่จะมาทำอาหารสุดแสนพิเศษไว้รอเธอ ผมได้แวะไปยังสถานที่ที่เธอจากไปอีกครั้ง เผื่อว่าบางทีเธอจะยังคงวนเวียนอยู่แถวๆ นั้น ผมคิดว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่เธอควรจะอยู่ เพราะเธอมีบ้านอันแสนอบอุ่น...ที่มีผม...มีรักดีๆ ให้เธอ....รออยู่

กลับบ้านเรานะ...รักรออยู่ ผมส่งเสียงเรียกเธอเบาๆ ตลอดทั้งวันจนถึงวินาทีนี้ เผื่อว่าบางทีวิญญาณของเธอที่ระหกระเหินไปที่ใดสักแห่งอาจจะได้ยิน.......และกลับมายังบ้านของเรา

.............................................

นาฬิกาบนผนังทั้งเข็มยาวและเข็มสั้นหยุดอยู่ตรงกันที่เลข 12 ธูปหอมหนึ่งดอกนั้นถูกเผาไหม้จนไม่มีกลิ่นและควันหลงเหลืออยู่ กุหลาบสีแดงยังคงสดอยู่อย่างนั้น อาหารเลิศรสของผมยังถูกจัดวางอยู่ที่เดิมท่ามกลางเปลวเทียนหลายเล่มที่ส่งแสงอ่อนแรงบนโต๊ะเล็กๆ แต่สว่างพอที่จะทำให้ผมเห็นผ้าม่านที่ปิดบังภาพความเกรี้ยวกราดของสายฟ้าเมื่อหลายนาทีก่อนปลิวไสว...แม้ไม่มีแรงลม

ผมหันไปมองอย่างมีความหวัง
บางทีเธออาจจะกลับมาที่บ้านของเราแล้ว...

[Lover's Concerto Kelly Chen]

How gentle is the rain, that falls softly
on the meadow. Birds high up on the trees,
serenade the clouds with their melodies.*

Oh! See there beyond the hill,
the bright colors of the rainbow.
Some magic from above.
Made this day for us, just to fall in love.

You'll hold me in your arms,
and say once again you'll love me.
And that your love is true,
everything will be just as wonderful.

Now, I belong to you,
from this day until forever.
Just love me tenderly and I'll give to you
every part of me.

Oh! Don't ever make me cry,
through long lonely nights without us.
Be always true to me, keep this day
in your heart eternally.

You hold me in your arms, and say
once again you love me.
And that your love is true,
everything will be just as wonderful.


คุณคะ...ฉันรักคุณ

How gentle is the rain
That falls softly on the meadow
Birds high up in the trees
Serenade the clouds with their melody

ฉันเงยหน้าขึ้นมองฟ้า เมื่อเสียงเพลงคุ้นหูแว่วผ่านความรู้สึก น้ำใสในดวงตาของฉันไหลปะปนกับสายฝนที่ตกลงมากระทบผิวกาย ฉันเหน็บหนาวเมื่อหยดน้ำพาความหนาวเย็นแล่นเข้าไปสู่หัวใจ รอบกายฉันมีแต่ความมืดมิด คงมีเพียงเสียงพิโรธแห่งฟ้าเท่านั้นที่ฉันได้ยิน

กลับบ้านเรานะ...รักรออยู่ เสียงกระซิบของคุณที่ฉันมองไม่เห็น คุณอยู่ที่ไหนคะ...ทำไมปล่อยให้ฉันอยู่ที่นี่เพียงลำพัง

ฉันเดินร้องไห้ตามหาคุณไปบนเส้นทางที่มืดสนิท ฉันมองไม่เห็นแม้แต่ปลายเท้าของตัวเอง แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกกุหลาบพัดโชยผ่านมาปะปนกับกลิ่นอะไรสักอย่างทำให้ฉันเกิดความหวังว่าแถวนี้น่าจะมีบ้านคนอยู่ ฉันได้กลิ่นธูปหอมที่อาจจะมีใครสักคนจุดขึ้นมาเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจแลเห็น

กลับบ้านเรานะ...รักรออยู่ ฉันได้ยินเสียงคุณอีกแล้ว คุณอยู่ที่ไหนคะ

.............................................

หยดน้ำจากฟากฟ้ายังคงตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย ฉันเดินฝ่าสายฝนและความคึกคะนองของสายฟ้าไปตามกลิ่นหอมๆ .... ความละเมียดละไมของกลิ่นกุหลาบทำให้ฉันคิดถึงความโรแมนติคของคุณ...คุณคือหัวใจอีกหนึ่งดวงที่หล่อหลอมกับหัวใจของฉันได้อย่างลงตัว

Oh! See there beyond the hills
The bright colors of the rainbow
Some magic from above
Made this day for us
Just to fall in love

เสียงเพลงแห่งรักของเรายังคงแว่วผ่านมาให้ฉันได้ยิน วันแต่งงานของเราเมื่อเกือบสี่ปีก่อน ฉันเลือกเพลงนี้เปิดบรรเลงในช่วงสำคัญของค่ำคืนที่พิเศษสุดคืนนั้นและเป็นคืนที่ฉันสวยที่สุดในชีวิต

ชุดแต่งงานฟูฟ่องสีขาวที่เป็นความฝันของฉันกับเทียร่าอันเล็กๆ ที่แซมอยู่บนเส้นผมทำให้ฉันดูเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ในสายตาของคุณ ฉันยังจำแววตาของคุณได้เมื่อคุณเห็นฉันในชุดเจ้าสาวเป็นครั้งแรก คุณตะลึงงันอยู่นานจนฉันต้องบอกให้คุณเลิกมองเสียที

ห้องโอ่โถงที่โอบล้อมด้วยโทนสีทองห้องนั้น.....ถูกแต่งแต้มด้วยดอกไม้หลายร้อยดอก โครงเหล็กรูปหัวใจถูกแปลงโฉมให้เป็นซุ้มดอกไม้ที่ปักแซมกุหลาบสีขาวส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ฉันและคุณยืนอยู่ที่นั่นในชุดสีขาว ฉันยิ้มให้คุณ คุณยิ้มให้ฉัน เรายิ้มให้กันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยท่ามกลางแขกที่มาร่วมยินดีกับวันสำคัญของเรา

กลับบ้านเรานะ...รักรออยู่ ฉันได้ยินเสียงคุณอีกแล้ว คุณอยู่ที่ไหนคะ

.............................................

เสียงของคุณราวกับกระซิบอยู่ข้างๆ หู ทำให้ฉันต้องเหลียวมองหาคุณรอบๆ กายและสัมผัสได้เพียงความมืดมิด แต่เบื้องหน้าที่ฉันแลเห็นอยู่ยามนี้คือม่านฟ้าผืนใหญ่ ฉันแอบซุกกายกับความเงียบสงัดหลบการเปียกปอนจากหยาดฝนเมื่อฉันเริ่มเหนื่อยล้าที่จะเดินต่อไป แสงอ่อนๆ ที่ฉันไม่รู้ต้นกำเนิดช่วยทำให้ฉันมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ไม่รู้ว่าฉันถือติดมือมาตั้งแต่เมื่อไร

จิ๊กซอว์แห่งความรักที่คุณซื้อให้ฉันเป็นของขวัญบรรจุอยู่ในขวดปากกว้างใบเล็กๆ ฉันทรุดกายนั่งลงตรงนั้นและอาศัยแสงน้อยๆ ค่อยๆ บรรจงต่อจิ๊กซอว์ในขวดนั้น จากชิ้นที่หนึ่งเชื่อมโยงกับชิ้นที่สอง...สาม...สี่...และชิ้นต่อๆ ไปจนฉันเริ่มเห็นมันเป็นรูปเป็นร่างกลายเป็นภาพแทนใจของเราสองคนที่ย้ำด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ 4 ตัว... L O V E

จิ๊กซอว์หายไปไหนชิ้นนึงล่ะคุณ ฉันเริ่มมองหาคุณอีกครั้ง เมื่อฉันไม่สามารถต่อจิ๊กซอว์นี้ได้สำเร็จเสียทีไม่ว่าฉันจะพยายามสักกี่ครั้งเพียงเพราะยังขาดชิ้นส่วนบางชิ้นไป และเมื่อไรที่ฉันถาม...คุณก็จะตอบฉันด้วยประโยคเดิมๆ....

ผมนี่ไง...ชิ้นส่วนที่หายไปของคุณ

ฝนหยุดตกแล้วฉันเริ่มออกเดินตามหาคุณอีกครั้ง แสงน้อยๆ และควันจางๆ ช่วยนำทางพาฉันไปท่ามกลางกลิ่นหอมของกุหลาบงามและกลิ่นธูปที่ฉันยังไม่รู้ว่ามาจากไหน

กลับบ้านเรานะ...รักรออยู่ เสียงของคุณเร่งเร้าให้ฉันรีบหาทางกลับบ้าน เมื่อฉันเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างหลังจากความทรงจำในช่วงหลายวันที่ผ่านมาค่อยๆ กลับสู่สำนึกของฉัน

ภาพสุดท้ายที่ฉันจำได้ทำให้ฉันต้องก้มมองดูตัวเอง แม้มีความสว่างรอบกายไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันมองเห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่อยู่บนร่างกายกับลิ่มเลือดที่ถูกสายฝนชะล้างไปบ้าง ภาพรถของฉัน...ภาพรถคันนั้น....เสียงร้องของฉัน....ฉันเจ็บ...ช่วยฉันด้วย...ช่วยฉันที...คุณอยู่ที่ไหนคะ ฉัน...ฉัน.....

นี่ฉันตายแล้วหรือไม่จริง...ไม่จริงใช่ไหมคุณ?

You hold me in your arms
And say once again you love me
And if your love is true
Everything will be just as wonderful

เสียงเพลงที่ไม่เคยห่างหายไปจากห้วงของความรู้สึก ทำให้ฉันจำได้ว่าวันนี้เป็นวันครบรอบวันแต่งงานของเรา ฉันต้องหาทางกลับบ้านให้ได้' เสียงฉันพร่ำบอกตัวเองพร้อมกับคำถามในใจ นี่ฉันตายแล้วหรือ?

ป่านนี้คุณคงทำอาหารเลิศรสไว้รอฉัน บ้านทั้งหลังคุณคงปิดไฟทุกดวงจนไม่มีแสงใดๆ นอกจากเปลวเทียนที่มีเพียงแสงสลัวๆ มือของคุณอาจจะถูกทิ่มตำด้วยหนามกุหลาบดอกโตสีแดงที่คุณบรรจงปักลงในแจกันใบสวยและตั้งวางอยู่บนโต๊ะอาหารที่พอเหมาะพอควร...กับหัวใจสองดวง

4 ปีเต็มกับการใช้ชีวิตคู่ร่วมกับคุณที่ทำให้ฉันได้รู้ว่าคุณเป็นส่วนเติมเต็มชีวิตที่ขาดหายไปของฉันให้สมบูรณ์จริงๆ ฉันใช้ทุกวินาทีของชีวิตกับคุณอย่างมีความสุขและทำให้ฉันคิดว่า...ฉันจะไม่ขอไปอยู่ที่อื่นใด นอกจากที่บ้านของเรา บ้านอันแสนอบอุ่น...ที่มีคุณ...มีรักดีๆ รอฉันอยู่

กลับบ้านเรานะ....รักรออยู่ เสียงของคุณยังคงเรียกหาฉัน

.............................................

นาฬิกาบนผนังทั้งเข็มยาวและเข็มสั้นหยุดอยู่ตรงกันที่เลข 12 ฉันแย้มผ้าม่านเดินผ่านเข้าไปในห้องเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยความโรแมนติคของคุณที่เตรียมไว้รอฉัน น้ำตาของฉันไหลออกมาเป็นสายอย่างเก็บกลั้นความรู้สึกของตัวเองไว้ไม่ได้ เมื่อฉันมองเห็นคุณอยู่ตรงหน้า....

คุณคะ...ฉันกลับมาแล้วค่ะ ฉันเรียกคุณและใช้ความรักทั้งหมดที่ฉันมีโอบกอดคุณ....คุณคะ...ก้มมองฉันสิ คุณคะ...ได้ยินเสียงเรียกของฉันไหม คุณคะ...กอดฉันสิ คุณคะ...ฉันกลับมาแล้วค่ะ คุณๆ ได้ยินไหม ฉันกลับมาที่บ้านของเราแล้วไง

เสียงเรียกปนสะอื้นของฉันไม่ได้ทำให้คุณสนใจการกลับมาของฉัน สัมผัสของฉันดูเหมือนความว่างเปล่า ความซ้อนเหลื่อมเพียงเสี้ยวเล็กๆ ในโลกของคุณกับฉันเป็นเหมือนกำแพงสูงตระหง่านที่กั้นเราไม่ให้สัมผัสถึงกันได้ แม้จะอยู่ใกล้กัน...เพียงเท่านี้

คุณคะ...ฉันรักคุณ ฉันสะอื้นเรียกคุณอีกครั้งอย่างหมดความหวัง

.

.

Comment

Comment:

Tweet


เศร้า.......
#5 by ๋ีJuice (222.123.142.113) At 2010-03-20 17:23,

อ่านแล้วจาร้อง
อ่านจากข้างล่างแล้วย้อนไปอ่านข้างบน
ฟังเพลงคลอไปด้วยอิก
โอว จาร้อง
#4 by (202.44.135.243) At 2010-02-05 21:34,
...ซึ้งมากๆๆๆๆๆ เลยอ่ะ กับความรักของคนสองคน
ความรักดีๆแบบนี้ จะยังมีอยู่มั้นนะ.
#3 by jj_kung (222.123.191.229) At 2008-07-28 13:19,
ซึ้งดีงับ จากขาจรที่ผ่านมา
#2 by rockxxx (124.157.150.159) At 2007-09-11 15:35,
วันนี้เปลี่ยนจากแปลข่าวเป็นนิยายรัก
#1 by zearzin At 2005-11-10 16:18,