2006/May/05

ศัพท์ง่ายๆพวกนี้ส่วนใหญ่จะใช้พลิกแพลงไปตามสถานการณ์ นั่นก็หมายความว่าการจะเรียนรู้แล้วจดจำมันได้นั้นส่วนใหญ่จะได้จากการไปพบปะผู้คนแล้วฟังกับพูดจริงๆมันจะได้ผลมากกว่าอ่านหนังสือ เพราะอ่านๆไปจะหลับคาหนังสือน้ำลายยืดได้ ตัวเราเองไม่เคยประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียนเลย ส่วนใหญ่จะเรียนรู้โดยการไปพบปะกับผู้คนในชีวิตจริง เมื่อเราเรียนฟังกับพูดจนคล่องแล้ว เราจึงหัดอ่านจากง่ายไปหายาก แล้วจึงหัดเขียน แล้วหัดแปลเป็นลำดับสุดท้าย คนไทยหลายๆคนพยายามดันทุรังเรียนเขียนทั้งๆที่ยังฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง เมื่อฟังไม่รู้เรื่อง collocations ที่สะสมไว้สำหรับที่จะนำไปเขียนประโยคได้ ก็จะไม่มีอยู่ในสมองเลย เมื่อเขียนประโยคภาษาอังกฤษอะไรออกมามันก็จะเพี้ยนไปหมดจนท้อใจ ที่ต้องท้อใจก็เพราะว่าไม่ได้พัฒนาทักษะไปตามขั้นตอน (ดันไปเรียนลัด) นั่นเอง

เราไปอ่านเรื่องราวที่นักแปลคนหนึ่งเขียนโม้เกี่ยวกับตัวเขา นักแปลผู้นี้แปลหนังสือมาแล้ว 200-300 เล่ม แปลไวจน คนอ่านๆไม่ทัน เขาโม้ว่า เขาฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง พูดก็ไม่ได้ เขียนก็ไม่ได้ (คืนครูไปหมดแล้ว เขาว่างั้น) แต่ เขาคุยว่าเขาแปลได้ดี ....ถามว่า คุณจะเชื่อเขาได้หรือเปล่า? แปลได้สิ "แต่คงดำน้ำแหงๆเลย" เพราะอะไร? เพราะ ทักษะขั้นต่ำสุดก็ยังไม่ได้เลย แล้วนับประสาอะไรจะไปใช้ทักษะระดับสูงสุดได้เล่า

การแปลเปรียบเสมือนการฝึกวรยุทธ์ ถ้าท่ายืนยังไม่มั่นคง (ใครสะกิดเบาๆก็หกล้ม ...แทนที่จะทำให้จุดที่ถูกสัมผัสว่าง เปล่าเพื่อไม่ให้ถูกแรกปะทะในกรณีที่พลังมันแรงมากๆ หรือแทนที่จะต้านมันไว้ได้ในกรณีที่พลังมันเบาพอที่จะต้านได้) แล้วจะไปออกหมัด ฝ่ามือ ปลายนิ้วมือ หรือเตะ กระโดดด้วยวิชาตัวเบา จะได้อย่างไรกัน ยิ่งจะไปจับอาวุธมีคมเช่นกระบี่เพื่อมาฟันแทงเร็วๆผสานกันเป็นเพลงกระบี่ แล้ว ยิ่งไปไม่รอดใหญ่ เพลงมวยสุดยอดของยุทธภพส่วนใหญ่มักจะต้องมาจากการทรงตัวที่ดีเป็นเลิศเป็นประการแรกทั้งนั้น......นี่คือสัจธรรม!

ที่มา : คัมภีร์นักแปลสยองขวัญ


Media holds its own in trust poll


More people around the world trust the media than trust their governments, according to an international poll. On average 61% said they trusted the media, compared to 52% who believed their government's explanations.

The poll also highlights growing use of internet news sources, including blogs, especially among young people.

Some 10,230 people in 10 countries were polled for the BBC, Reuters and US think tank The Media Center on the media and issues of trust.

Polling organisation Globescan found a strong demand for news and an increasing awareness and use of internet news sources.

Almost three-quarters of people (72%) said they followed the news closely every day, with national TV (82%) and national or regional newspapers (75%) the most trusted news outlets, according to the poll.

Online news sources were the first choice among 19% of 18-24 year-olds, compared to just 3% of those aged 55-64.

ที่มา : สำนักข่าวบีบีซี

จากผลการสำรวจระหว่างประเทศพบว่าคนจำนวนไม่น้อยทั่วโลกมีความเชื่อมั่นในสื่อมวลชนมากกว่ารัฐบาลของตนเอง โดยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 61 ระบุว่า พวกเขาเชื่อมั่นในสื่อมวลชน ขณะที่ร้อยละ 52 เชื่อมั่นในรัฐบาล ผลการสำรวจยังเน้นถึงการเจริญเติบโตของการใช้แหล่งที่มาของข่าวจากอินเทอร์เน็ต รวมทั้งบล็อก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นวัยรุ่น

ประชาชน 10,230 คน จาก 10 ประเทศ ได้ตอบแบบสอบถามของสำนักข่าวบีบีซี สำนักข่าวรอยเตอร์ และคณะวิจัยด้านสื่อของสหรัฐฯ เกี่ยวกับสื่อมวลชนและการนำเสนอต่อความน่าเชื่อถือ

องค์กรสำรวจความคิดเห็นโกลบสแกน พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความต้องการในการบริโภคข่าวอย่างเข้มข้นและมีการรับรู้และใช้แหล่งข่าวจากอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น

ผลการสำรวจยังพบว่าประชาชน 3 ใน 4 หรือร้อยละ 72 ระบุว่า ติดตามข่าวสารทุกวัน โดยแบ่งเป็นติดตามจากสถานีโทรทัศน์ร้อยละ 82 และติดตามจากหนังสือพิมพ์ทั้งระดับชาติและท้องถิ่นร้อยละ 75 ส่วนข่าวออนไลน์เป็นทางเลือกแรกของกลุ่มคนวัย 18-24 ปี ร้อยละ 19 ขณะที่กลุ่มคนวัย 55-64 ปี เลือกเพียงร้อยละ 3

Comment

Comment:

Tweet


ถ้าเป็นเราเราก็เชื่อสื่อมากกว่าอ่ะ
#2 by zearzin At 2006-05-06 16:38,
รอบนี้ไม่เห็นสำนวนคนเขียนเองแฮะ?
เลยนึกฉงน ว่าภาษาไทยข้างล่างนี่
เป็นสำนวนแปลหนังสือพิมพ์ หรือว่าเกลามาแล้วอ่ะค่ะ คือเหมือนกับว่าเป็นงานชิ้นที่เสร็จมาแล้วน่ะค่ะ
#1 by whats a diff At 2006-05-05 18:07,